Hello world!

Welcome to WordPress.com. This is your first post. Edit or delete it and start blogging!

Posted in Uncategorized | 1 Comment

I Know

How could you leave me?
I thought that you needed me!
When the world got too much and you pleaded with me…
Who helped you immediately?
How speedy of me!
How could you deny me so vehemently?
Now your body is shakin’ trying to free it of me
And your soul is in control, trying to lead it from me
And your heart no longer pledge allegiance to me
Damn, I’m missing the days when you needed the D

And I Know And I Know
I know what you like
Everything you love

And I Know And I Know
I know what you like ….HOV
Baby you love ….HOV
Baby you like ….HOV

Posted in Uncategorized | Leave a comment

Refuse

บอกปฏิเสธคนอื่นน่ะมันยาก
เวลาจะปฏิเสธใคร จะพูดว่าไงล่ะ ?
พูดว่า "ฉันเปลี่ยนไปแล้ว"
"ฉันผิดเอง"
หรือว่า "ฉันชอบคุณแบบเพื่อนในตอนนี้"
เราจะพูดได้ยังไง
โดยที่จะไม่รู้สึกแย่ด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย
มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ ผมว่า…….
Posted in Uncategorized | Leave a comment

If You See Kay

If you see K , Will you tell her that I love her ?
And if you see K, Let her know I want her back
If she listens, say that I’m missing everything about her.
Make sure you say.
I’m sweet FA without her.
And make sure you say I lost my way without her, If you see K.

If you see my friend
Doesn’t matter where or when
Tell me if you see K….

 
Take From : If You See Kay – The Script
Posted in Uncategorized | Leave a comment

June Song

เดือนนี้เดือนมิถุนา
อากาศร้อนๆเคล้าเสียงฝนโปรยปราย
ไม่มีเพลงไหนที่ฟังเเล้วรู้สึกดีในเดือนนี้
เท่ากับเพลงนี้อีกเเล้ว…..
 
Seven Days in Sunny June – Jamiroquai
 
The pebbles you’ve arranged, in the sand they’re strange
They speak to me like constellations as we lie here
There’s a magic I can’t hold, your smile of honey gold
And that you never seem to be in short supply of

Ooh, so baby, let’s get it on
Drinkin’ wine and killin’ time, sitting in the summer sun
You know I’ve wanted you so long
Why’d you have to drop that bomb on me?

Lazy days, crazy dolls
You said we’d been friends too long….

Seven days in sunny June were long enough to bloom
The flowers on the summer dress you wore in spring
The way we laughed as one and then you dropped the bomb
That I know you too long for us to have a thing

Ooh, so baby, let’s get it on
Drinkin’ wine and killin’ time, sitting in the summer sun
You know I’ve wanted you so long
Why’d you have to drop that bomb on me?

Could it be this? The stories in your eyes
Tell of silent wings you fly away on

Seven days in sunny June were long enough to bloom
The flowers on the summer dress you wore in spring
The way we laughed as one and then you dropped the bomb
That I know you too long for us to have a thing

Ooh, so baby, let’s get it on
Drinkin’ wine and killin’ time, sitting in the summer sun
You know I’ve wanted you so long
Why’d you have to drop that bomb on me?

Could it be this?
The honeysuckle blessings seem to show me
Could it be this?
For seven days in June, I wasn’t lonely
Could it be this?
You never gave me time to say. "I love you"
Could it be this?
I know you don’t believe me but it’s so true

Don’t walk away from me, girl. I read the stories in your eyes
 Don’t you walk away from me. I read the stories in your eyes
And you’ve been telling me we’ve been friends for too long, yeah
I think I love you, I think I love you
Why’d you wanna to drop the bomb?
Ooh, ooh

 
ว่าเเล้วก็อยากไป Jazz Happens อยากไปฟัง House Party ร้องเพลงนี้ว่ะ…..
 
Posted in Uncategorized | Leave a comment

Reject

มีเด็กชายคนนึงเปนคนเรียนเก่งมาก เเถมยังเคร่งศาสนา เเละชอบศิลปะ
ชอบถึงขนาดว่าไปสอบเข้าโรงเรียนศิลปะ เเต่กลับได้รับคำปฏิเสธว่าฝีมือของเขายังไม่เข้าขั้นพอ
จากนั้นเค้ากลายเปนจิตรกรไส้เเห้ง วาดภาพหากินไปวันๆ จนกระทั่งสมัครเข้าร่วมเป็นทหารรบในแนวหน้าใน WW I
ไต่เต้าตั้งแต่ยศสิบตรีที่ต่ำไปสุด ไปสู่ตำเเหน่งที่สูงสุดทางการเมือง เเละกลายเป็นผู้นำที่ทรงอิทธิพลคนนึงของโลก
ถึงแม้ว่าหลายคนจะยกให้เค้าเปนจอมเผด็จการบ้าสงครามตัวจริง
เด็กชายผู้ที่ได้รับคำปฏิเสธไม่ให้เข้าเรียนโรงเรียนศิลปะ ต่อมาเป็นที่รู้จักในชื่อของ
" Adolf Hitler "
 
นาย Jason Kay เป็นนักร้องหนุ่มที่มีความสามารถคนนึง เเละอาจจะมีความฝันที่อยากจะเป็นนักร้องชื่อก้อง
ต่อมาเขาได้ไปออดิชั่นเพื่อเป็น Frontman Singer ให้กับวงดนตรีเเจ๊ซชื่อดัง
และเป็นที่รู้จักในยุคนั้นอย่าง The Brand New Heavies
ซึ่งโด่งดังมาควบคู่กับวงที่เป็นหัวหอกของดนตรีเเจ๊ซสมัยใหม่อย่าง Incognito
หลังจากการออดิชั่นผ่านพ้นไป Jason Kay ถูกปฏิเสธ
อีกไม่กี่ปีให้หลัง เขาได้ฟอร์มวงดนตรีขึ้นมาใหม่ โดยที่เขาไม่ได้เป็นเเค่นักร้อง เเต่เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของวง
ปัจจุบันนี้วงดนตรีของเค้าเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกมากกว่า The Brand New Heavies ที่เขาเคยไปออดิชั่นเสียอีก
เเละกลายเป็นวงดนตรีหัวหอกสำคัญของดนตรี Acid Jazz & Funky Jazz ในยุคต่อมา
วงดนตรีวงนั้นต่อมาเป็นที่รู้จักในชื่อของ
" Jamiroquai "
 
คำปฏิเสธอาจทำให้หลายคนท้อแท้ หลายคนท้อถอย เเต่อย่างน้อยก็มี 2 คนนี้ เเละอีกหลายล้านคน
ที่ขึ้นมาประสบความสำเร็จในชีวิตได้ โดยใช้คำปฏิเสธเป็นแรงขับ…..
 

 
Posted in Uncategorized | 2 Comments

Blueberry Pie

ผมเหมือนมนุษย์วัยรุ่นปกติทั่วไป ที่ชอบดูหนัง ฟังเพลง
เเต่รสนิยมส่วนตัวบางทีมันก็ส่วนทางกับคนอื่น จะเรียกว่าอินดี้ ก้อคงไม่แปลกนัก
ในเรื่องภาพยนตร์ ผมชอบผู้กำกับอยู่หลายคน ชอบผู้กำกับที่คุณดูหนังของเค้าเเล้ว
ก็สามารถรู้ได้ทันทีว่าใครเป็นคนทำ โดยไม่ต้องรอดูเครดิตท้ายเรื่อง 
สิ่งเหล่านี้มันเหมือนกับลายเซ็น ที่บ่งบอกความเป็นตัวตนของตนเอง
Quantin Tarantino เลือดสาดสะท้านจอ เเต่ซ่อนไว้ด้วยบทสนทนาที่เฉียบคม
Micheal Bay ล้างผลาญงบกองถ่าย ไปกับเอฟเฟค
Tim Burton กับผลงานล้ำลึกสุดจินตนาการ
จาง อี้ โหมว กับ หนังจีนที่มีฉากบู๊ที่ดูเเล้วต้องอ้าปากค้าง
ธนกร พงษ์สุวรรณ กับ ความหม่นหมองของตัวหนัง
เเละสุดท้าย ที่ผมกำลังจะเอ่ยถึงเขา
หว่อง การ์ ไว กับ หนังรักสุดเศร้า สุดติสท์ เเละยากเเก่การทำความเข้าใจ…
หว่อง การ์ ไว เป็นผู้กำกับชาวฮ่องกง ที่หันมากำกับหนังรักโรแมนติค
ในขณะที่ชาวบ้านหันไปกำกับหนังกำลังภายในเสียหมด
จริงๆเเล้วหนังของเขาที่มีชื่อเสียงก็มีอยู่หลายเรื่อง เเต่ผมต้องยอมรับผมไม่สามารถหามาดูได้
เเต่การได้ดูผลงานของเค้าเพียงเเค่ 2 เรื่องล่าสุด มันก็ทำให้ผมสามารถมองเห็นสิ่งที่สื่อออกมาได้เป็นอย่างดี
ซึ่งที่เค้านำเสนอก็คือเรื่องของความรัก เเต่ไม่ใช่ความรักที่สมหวัง มันเป็นความรักที่น่าผิดหวัง
ซ่อนไว้ด้วย ความเปลี่ยวเหงา ความโดดเดี่ยว การเดินทาง การตามหา ท่ามกลางแสงสีในเมืองใหญ่
ตัวละครของเขาทุกตัวจะต้องมีความผิดหวัง ความเจ็บปวด เเละการถวิลหาอะไรบางอย่างที่ยากจะได้มา
ใน My Blueberry Nights นางเอกผู้ซึ่งผิดหวังในความรัก ได้ทิ้ง "กุญแจ" ไว้ที่ร้านกาแฟเเห่งนึง
เผื่อที่ว่าสักวันคนที่เธอต้องการจะได้กลับมาสู่ชีวิตเธอได้ เเต่ทุกวันที่ผ่านไป กุญแจดอกนั้นยังอยู่ที่เดิม
การตัดสินใจเดินทางของเธอก็เพื่อต้องการให้ลืมความขมขื่นนี้ไปซะ แต่สิ่งที่ได้จากการเดินทาง คือการได้รับรู้ว่า
โลกใบนี้ยังมีอะไรอีกมากให้ค้นหา เเละโลกนี้ยังมีคนอีกมากที่ผิดหวังขมขื่นมากกว่าเธอ
อีกสิ่งนึงที่ผมค่อนข้างชอบในผลงานของเขา คือการใช้ ‘สัญลักษณ์’ แทนความรู้สึกบางอย่าง
ในเรื่องนี้ก็เช่นกัน ร้านพายทุกร้านจะต้องมีพายบลูเบอร์รี่ เเละมันก็เปนพายที่ขายได้น้อยที่สุด
เหมือนกับความรักที่ถูกคนมองข้าม เเต่คงมีสักวันที่จะมีคนต้องการมัน
พายบลูเบอร์รี่ก้อเช่นกัน ถึงเเม้ว่าทุกคนจะมองข้ามความอร่อย เเต่ทุกร้านก็ต้องมีไว้ติดร้านเสมอ
เผื่อว่าวันใดวันนึงจะมีคนที่ต้องการมันจริงๆ มันจึงเป็นสิ่งที่มีความหมายต่อบางคนในบางเวลาเท่านั้น….
ผลงานทุกเรื่องของหว่อง การ์ ไว ค่อนข้างดำเนินเรื่องไปอย่างเชื่องช้า หลายคนนอนหลับก่อนที่หนังจะจบ
บางคนเต็มใจที่จะดื่มด่ำไปกับหนัง เเละบางคนก็ใช้มันเป็นเเรงบันดาลใจให้ตื่นจากความฝันลอยๆ ครึ่งๆ กลางๆ
แบบที่ผมอยากจะทำอยู่เต็มที่……
Elizabeth: Everything has a reason.
Jeremy: Hmm. It’s like these pies and cakes. At the end of every night, the cheesecake and the apple pie are always completely gone. The peach cobbler and the chocolate mousse cake are nearly finished… but there’s always a whole blueberry pie left untouched.
Elizabeth: So what’s wrong with the blueberry pie?
Jeremy: There’s nothing wrong with the blueberry pie. Just… people make other choices. You can’t blame the blueberry pie, just… no one wants it.
 
 
 
Posted in Uncategorized | Leave a comment