New Step of Crescendo

               ผมงัวเงียตื่นขึ้นจากที่นอนด้วยเสียงเพลงเเว่วๆที่ผมเปิดทิ้งไว้ในช่วงบ่ายเเก่ๆของวันหนึ่ง ผมยอมรับในครั้งแรกที่ได้ฟังนั้นผมไม่สามารถจะจับใจความของเพลงได้เลย เพียงแต่รุว่าเนื้อเพลงกำลังพูดถึงชายคนหนึ่งที่เขาไม่สามารถลืมผู้หญิงคนนี้ได้ ถึงแม้จะมีใครอีกคนเคียงข้างอยู่เเล้วก็ตาม เเละผมก็ใช้เวลานานมาก กว่าจะหาเพลงนี้ฟังได้อีกครั้ง เนื่องจากไม่รู้ทั้งชื่อเพลงและคนร้อง รู้เเต่เพียงว่าเพลงนี้มันกลายมาเป็นเพลงโปรดที่สุดเพลงหนึ่งของผมเลยทีเดียว ตั้งเเต่ได้ฟังเพียงเเค่ครั้งเเรก

                ซิงเกิ้ลที่สองที่วงดนตรีนี้ปล่อยมา ก็สามารถเข้าไปอยู่ในทำเนียบเพลงโปรดผมได้อีกเหมือนกัน ด้วยจังหวะดนตรีเเบบฟังค์ตามสไตล์โปรด บวกกับเนื้อเพลงที่เปรียบเทียบผู้หญิงเสมือนดวงดาว ที่รอให้เธอฉุดกระชากไปสู่ความรักด้วยกัน จากนั้นก็เป็นอีกหลายเพลงที่ทยอยปล่อยออกมา จนกระทั่งวงนี้ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น เมื่อพูดถึงตรงนี้ ผมเชื่อว่าหลายคนน่าจะนึกถึงวงนี้ ใช่เเล้วครับผมหมายถึง Crescendo นั่นเอง

                Crescendo แตกต่างจากวงทั่วไป ตรงที่เป็นการรวมตัวของนักดนตรีจากเเตกมาจากวงอื่น เเล้วมารวมตัวกันใหม่ เริ่มจาก

                    - พีรพัฒน์ เถรว่อง (บี) : ร้องนำ อดีตสมาชิกวง RRR&B ที่มีอา 3 คน เเละหลาน 1 คน ซึ่งก็คือ บี Crescendo ในปัจจุบันนั่นเอง
                    – นรเทพ มาแสง ( นอ ) : เบส อดีตมือเบสที่สร้างชื่อมาจาก Pause หลังจากการสูญเสียของโจ้ นักร้องนำ ก็ได้เดินสายเป็นมือเบสรับจ้างไปเรื่อย ไล่ตั้งเเต่ T-Bone, 2 Day Ago Kids,

Belst Club และเล่นเเบคอัพให้กับศิลปินหลายราย รวมไปถึงโปรเจคต์พิเศษของตนเองด้วย

                   – เอกพงศ์ เชิดธรรม ( เอก ) : กลอง อดีตมือกลองวง Sepia วัยรุ่นชายน่าจะรู้จักเป็นอย่างดี จากเพลงเกลียดตุ๊ด เเละเพลงไปฆ่าพ่อเมิงหรอ (สาบานได้ว่าชื่อเพลงยังงี้จิงๆ)
                  ธีรพงษ์ ธนานิกกูล ( จั๋ง ) : Percussion เคยเล่นแบคอัพให้กับ T-Bone และ Yokee Playboy
                   - ชินพัฒน์ หงส์อัมพร ( แชมป์ ) : กีต้าร์ (อันนี้ไม่แน่ใจว่าเคยเล่นให้ใครมาก่อน แต่มือใหม่สุด)

                    จากผลงานที่ออกมาทั้งหมด 3 อัลบั้ม วงดนตรีวงนี้ได้ก้าวไปสู่วงดนตรีเพียงไม่กี่วงที่ผมให้ความสนใจตลอด เเละติดตามข่าวเรื่อยมา ด้วยสไตล์การร้องที่เป็นเอกลักษณ์  และความจัดจ้านทางดนตรีจากสมาชิกคนอื่นๆ ทำให้วงนี้กลายเป็นวงที่ค่อนข้างได้รับความนิยมในเวลาต่อมาแต่ก็ต้องถือว่ายังอยู่ในวงจำกัดพอสมควร  ผลงานที่ออกมาทั้งสองอัลบั้ม (Crescendo และ Second Chance) ถือว่าได้รับคำชมจากนักวิจารณ์ในระดับที่ดีทีเดียว และสำหรับผมก็ถือว่าเป็นอัลบั้มเพียงไม่กี่อัลบั้มที่ต้องเปิดฟังทุกสัปดาห์ หลังจากนั้นไม่นานต่างคนก็ต่างมีงานโปรเจคต์ส่วนตัวของตนออกมา หรือไปแจมกับคนอื่นๆ เช่น บีก็ไปแจมกับ Sleepless Society และออกอัลบั้มรวมเพลงเก่าขับร้องใหม่ในสไตล์ Chill Out สำหรับสมาชิกที่ผมติดตามเป็นพิเศษก็คือ นรเทพ ซึ่งผมมองว่าคนนี้มีอะไรมากกว่าการเป็นมือเบส ใครติดตามผลงานน่าจะเห็นได้ชัดในอัลบั้มเดี่ยวโซโล่เบสของเขาทั้งอัลบั้ม “In The Name Of” และ “The Album” และโชว์ฝีมือการแต่งเพลงอย่างเต็มที่ในอัลบั้ม E.P. ปากเกร็ดรวมไปถึงแว๊บไปเป็นโปรดิวเซอร์ให้กับ Morning Surfers นอกจากนี้ก็มี แชมป์กับอัลบั้มโซโล่กีต้าร์  (“Fazzle”) และจั๋งกับอัลบั้มซาวด์เพอร์คัสชั่น (“Jungle Man”) ที่ผมกำลังตามล่าเป็นเจ้าของอยู่

                ก่อนที่อัลบั้มที่สาม Reinvented จะวางแผงไม่นานนัก ก็มีข่าวลือที่ว่า Crescendo ได้วงแตกเรียบร้อยแล้ว ข่าวลือนี้ได้สร้างความงุนงงให้กับแฟนเพลงเป็นอย่างมาก รวมทั้งผมด้วย เพราะไม่มีวี่แววมาก่อน และสุดท้ายข่าวลือนี้ก็เป็นจริง นักร้องนำ บี ได้แยกตัวออกจากวง ในขณะที่สมาชิกคนอื่นๆยังอยู่ครบถ้วน และจากคำให้การของนรเทพ สาเหตุยอดฮิตของการแตกวง ก็คือ แนวคิดที่ต่างกัน กล่าวคือ บี ต้องการปรับให้เป็นแนวที่เป็นตลาดมากขึ้น ในขณะที่คนอื่นต้องการรักษาเอกลักษณ์เอาไว้ ก็คงไม่แปลกอะไรนัก เพราะตัวของบีเอง ก็มาจากสายเพลงตลาดมาก่อนอยู่แล้ว ขณะที่ตัววงคนอื่นอาจจะไม่ได้คิดถึงทางด้านรายได้มากนัก แบบว่าทำเพราะอยากทำ ดังนั้นในอัลบั้มที่สามนี้ เราจึงเห็นชื่อวงเปลี่ยนไปเป็น B & Crescendo แต่น่าแปลกที่ผมไม่เคยเห็นอัลบั้มนี้วางขายเลย (สำหรับผมได้มาโดยวิธีการโหลด) และแน่นอนการขาดหายของบีไป จึงทำให้เกิดรอยโหว่รูใหญ่ที่ยากจะหาคนมาปะ คงจะเหมือนกับ วง Silly Fools ที่ไม่มีโตเป็นนักร้องนำ เพราะทุกคนยังติดภาพของ Crescendo ที่มีบียืนเป็นฟรอนท์แมน

                เมื่อนักร้องนำออกไปก็ต้องหาคนใหม่เข้ามาแทน และคนที่มาอุดรอยโหว่นั้นก็คือ ริค วชิรปิลันธ์ พ่วงด้วยมือแซกโซโฟน    ชัญพงษ์ สวัสดิเวทิน ( รวย ) พร้อมกับการตัดสินใจกลับไปนับหนึ่งทั้งหมดของ Crescendo ที่เห็นได้ชัดที่สุดก็คือ สไตล์เพลงที่เปลี่ยนไป จาก Soul Funk สู่แนวดนตรีที่เรียกว่า “Jazz แนวทดลอง (คุณคงไม่แปลกใจมากนัก เพราะถ้าคุณเคยฟัง ริค วชิรปิลันธ์ ก็จะรู้ว่าเป็นอย่างไร) ซึ่งนรเทพ ก็ให้เหตุผลว่าต้องการปรับเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด Crescendo ในวันนี้ ไม่ใช่ Crescendo วงเก่าที่เราเคยรู้จัก พร้อมกับหวังให้แฟนเพลงรับสไตล์ใหม่ให้ได้มากที่สุด ฉะนั้นแล้วถ้าคุณยังหวังที่จะฟัง ความจริงในใจ หรือ ดินแดนแห่งความรัก จากการแสดงสดของพวกเขาอยู่ล่ะก็ ก็ขอให้ลืมไปได้เลย เพราะจะไม่มีอีกแล้ว (เหตุผลก็คือ นักร้องนำได้เปลี่ยนไปแล้ว และจะให้ริคมาร้องอย่างนี้ก็คงกระไรอยู่ และถ้าคุณอยากฟังก็ต้องฟังจากปากนักร้องนำคนเก่า ซึ่งจะมีโอกาสอีกหรือเปล่า อันนี้ไม่รู้) จากดนตรีที่เคยฟังง่าย ไปเป็นดนตรีอีกแนวหนึ่งที่คงต้องเปิดใจรับฟังอยู่พอสมควร ขนาดเคยฟัง Jazz ของ Lisa Ono และ Incognito มาบ้างแล้ว ก็ถือว่ายังแปลกอยู่ดี (เป็น Jazz ผสมเสียงโหยหวนแบบฮาร์ดคอร์)

                ในงาน Fat Festival ที่ผ่านมา Crescendo ได้ขึ้นแสดง แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากปากคนที่เล่าต่อๆกันมา ก็คือ ผู้คนต่างพากันเดินออกจากเวที เมื่อรู้ว่า Crescendo ในวันนี้ไม่มีบีอีกต่อไปแล้ว จนริคต้องเอ่ยปากขอโทษผู้ชม ที่ไม่สามารถแสดงเพลงดังที่ได้รับความนิยมในอดีตได้ และวันนี้ก็คงมีเพียงเพลงใหม่ ใต้แสงตะวัน และ เหลี่ยมองศา เท่านั้น ซึ่งตรงนี้ผมก็เข้าใจหัวอกคนที่เดินออกเป็นอย่างดี คงคล้ายกับไปดูโมเดิร์น ด็อกแล้วไม่ได้ฟังเพลงบุษบา หรือเป็นแอลกอฮอลิคแล้วไม่ได้ดื่มสุรา แล้วก็ยากที่จะทำใจ เมื่อเห็นริคร้องเพลง ซึ่งค่อนข้างฟังยากและฟังไม่รู้เรื่อง ซึ่งผมก็มีอาการนี้ในช่วงแรกเหมือนกัน

                อย่างไรก็ตามงานเพลงชุดใหม่ของ Crescendo ในวันนี้ คือย่างก้าวครั้งใหม่อย่างแท้จริง เป็นการหวนกลับสู่จุดเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ยังมีอะไรหลายอย่างให้ค้นหาอีกมากมาย และผมก็ยังเชื่อว่านี่จะเป็น “Second Chance” ที่แท้จริงของพวกเขา

Crescendo

Crescendo…At This Time

Qoute From Their Song

"ให้โอกาสผู้ชายคนนี้มอบความรักเเละความหวังดีให้กับเธอดูสักครั้ง คนๆนี้จะไม่ทำเธอผิดหวัง แค่เพียงครั้งเดียว เพียงแค่เธอลองเปิดใจ – ผู้ชายคนนี้"

"ความจริงในใจ ไม่เคยมีใครแทนที่ความรู้สึก – ความจริงในใจ"

"เธอมองหาสิ่งใด เมื่อฉันนั้นรักเธอ – ฉันอยู่ตรงนี้"

"มาจุดไฟรักให้กับฉัน เติมปีกความฝันให้เเก่กัน บินข้ามขอบฟ้าไปสู่ฝัน ลอยสู่ความรักไปด้วยกัน – วีนัส"

"เธอยังคงงดงามอยู่อย่างนั้น ในที่ที่ไม่มีวันเอื้อมถึง – ถึงเธอ"

"ในทุกๆวัน โลกหมุนด้วยความรัก – โลกหมุนด้วยความรัก" (เเต่บางวันโลกของผมหมุนด้วยสุราอ่ะ)

"แม้ว่าเราจะเคยล้ม เเม้ว่าเราจะเคยพลั้ง เเต่ฟ้านั้นก็ยังให้เราได้ก้าวไป – Second chance"

"รู้บ้างไหมว่าเธอทำให้ชีวิตฉันมีความหมาย แม้เธอไม่ตั้งใจ แต่โลกนี้ก็สดใสเพราะมีเธอ – รู้บ้างไหม"

"คงจะมีรักจริงรออยู่ ที่ดินแดนใดสักเเห่ง – ดินเดนแห่งความรัก"

"จะมีกี่คนที่เราเรียกเพื่อนแท้ พบเพียงหนึ่งก็โชคดีกว่าใคร – เพื่อนแท้"

"จากวันนี้จะขอทำทุกอย่าง ให้เป็นรางวัลชีวิตเธอ – รางวัล"

"หากว่าเธอยังมองดาวดวงเดียวกันอยู่ โปรดจงรู้ว่าฉันยังคิดถึงเธอ – ดาวดวงเดียวกัน"

"เหลี่ยมองศาริ้วรอยเเห่งความฝัน แบกค่ำคืนแห่งความปวดร้าวที่เจอ – เหลี่ยมองศา"

"เราจะเดินไปตามใจ ตามแต่ใจ เราก็จะลอง – ใต้แสงตะวัน"

…………………………………………………………………………………………………………………………

 

 

 

 

About these ads
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

4 Responses to New Step of Crescendo

  1. Kasedat says:

    มันก็เหมือนกับ มาลีฮวนน่า ที่ อ.คธาวุธ(ไข่) นักร้องนำ ออกมาทำเดี่ยว แต่มาลีฮวนน่า วงเดิมก็ไม่เหมือนเดิม

  2. Noppol says:

    แข่งกะดุกฟูป่าวสาดดด

  3. Thapanan says:

    ริค กรูชอบ เพลง คณิตศาสตร์-ฟิสิกส์อ่ะ เมิงลองหาฟังเดะ แนวดีนะโว้ยยย

  4. ...Tal2 says:

    เหอะๆๆ
     
    วงไหนก้อดี แต่อย่าให้มี ดุกฟู จะดีที่สุด อิอิ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s